Ferrarisportscar

ในวงการรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นคนที่สนใจหรือไม่สนใจก็ตามแต่ชื่อของ Ferrari จะต้องเป็นชื่อซึ่งทุกคนรู้จักอย่างแน่นอน ใครที่บอกว่าไม่เคยรู้จักรถยี่ห้อเฟอร์รารี่เลยคงแทบเป็นไปไมได้ ด้วยความสวยงามของตัวรถ การออกแบบสุดเท่ ความแรงเหนือคำบรรยาย นี่คือรถสปอร์ตในฝันของหนุ่มๆ จำนวนไม่น้อยบนโลกใบนี้และยังเป็นแบรนด์รถในฝันของบรรดานักแต่งรถทั้งหลายอีกด้วย หากใครได้มีโอกาสครอบครองสักคันคงมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

สุดยอดแบรนด์ในฝันของนักแต่งรถ Ferrari

Ferrari เป็นแบรนด์รถสปอร์ตสุดหรูจากเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี เริ่มต้นดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 1929 โดยเอ็นโซ เฟอร์รารี่เป็นผู้ดำเนินการก่อตั้งขึ้นมา จุดเริ่มอันแท้จริงของการสร้างเฟอร์รารี่ในช่วงแรกเพียงเพื่อการเป็นทีมแข่งรถให้กับอัลฟาโรเมโอ มีชื่อว่า สคูเดอเรีย เฟอร์รารี่ เมื่อครั้งตอนทำงานให้กับอัลฟาโรเมโอ ตัวของเอ็นโซ่เองมีหน้าที่หลายด้านไม่ว่าจะเป็นนักแข่งรถ วิศวกรทำรถ กระทั่งมาจนถึงปี 1947 รถยนต์ที่เป็นชื่อของเฟอร์รารี่รุ่นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเป็นทางการมีชื่อรุ่นว่า 125 S ก่อนที่รถสปอร์ตของเฟอร์รารี่จะค่อยๆ โด่งดังขึ้นและประสบความสำเร็จอย่างสูงจนกลายเป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่คนทั่วโลกรู้จัก มีการวางจำหน่ายรถจากแบรนด์นี้ไปทั่วโลก สีแดงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเฟอร์รารี่นอกจากนี้ยังจัดได้ว่าเป็นค่ายรถยนต์ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันด้วย ทุกวันนี้แบรนด์เฟอร์รารี่เองกลายเป็นคำนิยามแห่งความเร็ว ความร่ำรวย ความหรูหรา ซึ่งคนไทยเองเมื่อได้รู้จักกับเฟอร์รารี่ก็มีการตั้งฉายาให้อย่างเท่ว่า ม้าลำพอง ทุกวันนี้เฟอร์รารี่ได้ออกรถสวยๆ รุ่นโดนใจมามากมายจนบรรดานักแต่งรถเองมักมีความฝันว่าสักวันหนึ่งอยากขอเป็นเจ้าของเฟอร์รี่รี่สักคันก็ยังีจะได้นำเอามาแต่งให้แรงสุดๆ สวยบาดใจไปเลย

เมื่อพูดถึงรุ่นของรถเฟอร์รารี่ดังๆ ก็มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นยกตัวอย่างเช่น เฟอร์รารี่ เอฟ430 เป็นประเภทรถคูเป้/โรสเตอร์, เฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย เป็นประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ 488 จีทีบี/488 สไปเดอร์ ประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ 250 GTO ประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ เอ็นโซ่ ประเภทเบอร์ลิเนตต้า หรือ คูเป้, เฟอร์รารี่ FXX ประเภทรถแข่งแทร็คคาร์ เป็นต้น ถือว่าเป็นแบรนด์รถผู้เกิดมาเพื่อประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลกมาจนกระทั่งทุกวันนี้

brandcar

ในปี 2018 นี้ต้องยอมรับว่าเป็นอีกปีที่ค่ายรถยนต์ผู้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเตรียมจะเปิดตัวรถยนต์โฉมใหม่ให้ได้สะเทือนเงินในกระเป๋ากันอีกครั้ง จะว่าไปแต่ละปีเองก็มีการทำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาแข่งกันมากมายจนแทบจะบอกได้ว่ารถที่เราพึ่งซื้อไปนั้นพอผ่านเวลาไปไม่กี่ปีก็กลายเป็นรุ่นเก่าเสียแล้ว ลองมาดูว่าในปี 2018 นี้ค่ายรถที่ได้รับความนิยมต่างๆ ในประเทศไทยมีค่ายไหนเตรียมตัวออกรถรุ่นใหม่น่าสนใจกันบ้าง

ค่ายรถที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยปี 2018 กับรถรุ่นใหม่เตรียมออกวางจำหน่าย

  1. Honda – เริ่มต้นด้วยค่ายรถยนต์ยอดนิยมของประเทศไทยอย่างฮอนด้าซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้มีการออกรถรุ่นใหม่พร้อมปรับโฉมรถอีกหลายๆ รุ่นได้อย่างน่าสนใจมาปีนี้ฮอนด้าเองก็ยังคงเดินหน้าสร้างความแปลกใหม่อย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าน่าจะถึงคราวของ Honda CR-V รุ่นปรับโฉมใหม่กันบ้าง ขณะเดียวกัน Honda Accord ก็มีการเปิดตัวโฉมใหม่ในสหรัฐฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแต่เมืองไทยยังคงเงียบๆ กันอยู่
  2. Ford – แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะมีข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับรถประเภทซีดานของฟอร์ดแต่ในส่วนของรถกระบะต้องการันตีว่าฟอร์ดยังเป็นเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยแบบปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งได้มีการเผยโฉมรถกระบะรุ่นใหม่อย่าง Ford Ranger Raptor กันไปเรียบร้อย จุดเด่นของกระบะสไตล์เรนเจอร์ก็คือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 0 ลิตร ในตระกูล Ford EcoBlue ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
  3. Isuzu – พึ่งผ่านพ้นวาระการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 60 ปีหมาดๆ สำหรับค่ายรถกระบะยี่ห้อดังอย่างอีซุสุ ในปีนี้ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จแบบต่อเนื่องกับการเตรียมส่งรถกระบะ 2 รุ่นคือ Isuzu D-Max Blue Power รุ่น X-Series มีการตกแต่งจากโรงงานกับรุ่น Spark ตอนเดียว 9 Ddi Blue Power พร้อมอัตราทดใหม่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
  4. Mazda – แม้ช่วงปลายปีที่แล้วค่ายรถยนต์ชื่อดังจะพึ่งส่งรถอเนกประสงค์อย่าง Mazda CX-5 ออกวางตลาดหมาดๆ แต่ก็มีการวิเคราะห์กันถึงปี 2018 ที่มาสด้าน่าจะส่ง Mazda CX-8 มาให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกันเพราะรถรุ่นนี้เปิดตัวในญี่ปุ่นไปเรียบร้อย มีเบาะ 3 แถว ขนาดรถใหญ่กว่าเดิม ซึ่งต้องอลุ้นว่าจะเข้าเมืองไทยหรือไม่
  5. Mitsubishi – คาดกันว่าปี 2018 นี้มิตซูบิชิน่าจะถึงเวลาในการปล่อย Mitsubishi Xpander รถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่งออกมาให้ได้เจอกันเสียที ถือว่าแค่ภาพก็ค่อนข้างได้รับความชื่นชมอย่างมากเลยต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อออกมาจริงๆ แล้วจะสวนเหมือนกับตอนโฆษณาหรือไม่ในเครือมิตซูบิชิ

สืบเนื่องจากนโยบายรถครั้งแรกส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 11.51% หรือมีจำนวนรถยนต์ที่ถูกผลิตออกมาถึง 138,237 คัน จึงทำให้ในปัจจุบันมีรถวิ่งอยู่เต็มท้องถนน เฉลี่ยแล้วจะมีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนนเพิ่มมากขึ้นถึงวันละ 1,200 คัน/วัน ซึ่งจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดผลกระทบในหลายๆด้าน อาทิเช่นปัญหาเรื่องมลภาวะเป็นพิษ, ปัญหารถล้นตลาด , ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อการใช้งงาน และปัญหาที่หนักสุดๆก็คือปัญหาการจราจรติดขัด

ซึ่งปัญหาด้านการจราจรถือได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ไม่ว่ารัฐบาลกี่ยุคกี่สมัยพยายามผลักดันแก้ไขปัญหาด้วยการชูนโยบายแก้ปัญหารถติดก็ไม่สามารถทำให้เห็นผลได้อย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลบ่อยครั้ง จึงทำให้การแก้ไขปัญหานี้ไม่สำเร็จตามเป้าหมายเสียที

นักวิชาการหลายท่านได้ออกมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุด้านการจราจรพบว่าปัญหารถติดเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เรื่องของฝนตกหนัก, การดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินในหบายจุดรอบกรุง แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุด นั่นก็คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯที่นับวันยิ่งทวีคูณเพิ่มมากขึ้นจนมีสต๊อครถล้นตลาด

จากข้อมูลสถิติของกระทรวงคมนาคมพบว่า ปริมาณรถยนต์จดทะเบียนสะสมเฉพาะกรุงเทพมหานคร (ข้อมูล ณ.วันที่ 31 สิงหาคม 2555) มีจำนวนทั้งสิ้น 7,251,1999 คัน ซึ่งจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคลมากที่สุด โดยเมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่า ในปีนี้มีอัตราการจดทะเบียนสูงถึงเดือนละประมาณ 50,000 คัน ในขณะที่ปีที่แล้วจะเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 20,000 – 30,000 คัน เมื่อมาดูจำนวนถนนที่มีความยาว 8,000 กิโลเมตรจะสามารถรองรับรถยนต์ได้เพียง 1,600,000 คัน แต่จำนวนรถที่วิ่งอยู่บนถนนมีมากถึง 7,000,000 คัน

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะสาเหตุใดถึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดทั่วทุกมุมถนน เพราะจำนวนรถยนต์มีมากกว่าถนนนั่นเอง หากจะลองแก้ปัญหาด้วยการสร้างถนนเพิ่มขึ้น ส่วนการผลิตรถยนต์ก็ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม ก็จัดได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าลองจำกัดจำนวนการผลิตให้อยู่ในปริมาณที่พอดี และเร่งจัดการรถเก่าที่หมดอายุการใช้งานเพื่อให้ปริมาณรถมีความสอดคล้องกับความต้องการจริง ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บางส่วน ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมมือแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศของเราหลุดพ้นจากภาพลักษณ์ที่ว่าเป็นเมืองที่ติดอันดับรถติดมากที่สุดในโลกอีกด้วยคะ

เริ่มต้นปี 2017 มาเยือน ค่ายรถหรูต่าง ๆ ก็แข่งขันกันนำเสนอรถหรูหลากสไตล์สำหรับผู้นิยมชมชอบในความเร็วภายในรถยนต์หรูดูดีระดับโกลด์คลาส ซึ่งแน่นอนว่าสมรรถนะเยี่ยมยอด ภายในเลิศหรู เรื่องราคาก็ไม่ต้องห่วงว่ากันระดับแปดหลักขึ้นไปเลยทีเดียว วันนี้ เรามีสุดยอดรถหรูแห่งปี 2017 มาฝากกันค่ะ

  1. ค่าย Mercedes Benz รุ่น G650 Landaulet

เรียกได้ว่าเปิดตัวมาอย่างอลังการและสนนราคาอยู่ในระดับท็อปของปีเลยก็ว่าได้ โดยเปิดตัว G650 Landaulet  เพียง 99 คันเท่านั้น ด้วยเครื่องยนต์รุ่น V12 biturbo ซึ่งมีกำลังขับเคลื่อนถึง 630 แรงม้า เป็นรถ SUV สไตล์ออฟโร้ดพร้อมลุยที่มีความสูงจากพื้น 2 ฟุต แต่ภายในยังคงความหรูหราสไตล์เบ๊นซ์ไว้เช่นเคย ทั้งบริเวณภายในที่ทำออกมาคล้ายลีมูซีนที่มีกระจกติดระหว่างคนขับกับคนนั่งด้านหลัง นอกจากนั้นเบาะนั่งยังสามารถนวดอัตโนมัติได้ด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นอยู่ที่ 23.3 ล้านบาท ถึงจะแพงแสนแพงสำหรับปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา แต่ระดับเศรษฐีนักซิ่งผู้นิยมชมชอบในรถหรูได้ทำการจองรถรุ่นนี้ไปหมดแล้ว

  1. ค่าย Lamborghini รุ่น Aventador S

รถสปอร์ตที่มีความเพรียวแกร่งสวยงามคลาสสิคเฉพาะตัวตามแบบฉบับแลมโบกินี่ ได้เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่น Aventador S เครื่องยนต์ V12 ที่มีความแรงในการขับเคลื่อนถึง 730 แรงม้า ที่สำคัญสามารถเหยียบทำความเร็วได้ถึง 217 ไมล์ต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว สนนราคาอยู่ที่ 14.7 ล้านบาท

  1. ค่าย Ferrari รุ่น 812 Superfast

รถสปอร์ตคลาสสิคสายพันธุ์อิตาเลี่ยนก็ได้ทำการเปิดตัวสปอร์ตตัวใหม่รุ่น 812 Superfast  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ที่มีความแรงในการขับเคลื่อนถึง 780 แรงม้า และสามารถเร่งเครื่องทำความเร็วได้ถึง 211 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่สำคัญสามารถสปีดความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยใช้ระยะเวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น สำหรับความแรงและคลาสสิคระดับนี้อยู่ที่ราคา 11.2 ล้านบาท

  1. ค่าย Rolls-Royce รุ่น Ghost

อีกหนึ่งรถหรูอมตะที่เป็นที่นิยมสะสมของผู้ร่ำรวยและชื่นชอบในความคลาสสิคของค่าย Rolls-Royce ซึ่งได้เปิดตัวรถหรูตามแบบฉบับ Rolls-Royce รุ่น Ghost ซึ่งนอกจากสมรรถนะในการขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมและภายในหรูหราแล้ว ความพิเศษมากกว่านั้นคือสีเคลือบรถจะมีส่วนผสมของเพชรอยู่ด้วยถึง 1,000 เม็ด เรียกได้ว่างดงามอลังการเหนือชั้นเลยทีเดียว ความหรูหราระดับนี้มากับราคา 10.5 ล้านบาท ทันทีที่เปิดตัวก็โดนจับจองหมดเป็นที่เรียบร้อย

  1. ค่าย McLaren รุ่น 720S

รถสปอร์ตสุดชิกตามสไตล์ McLaren ได้เปิดตัวสปอร์ตรุ่น 720S นอกจากดีไซน์สุดเท่ห์ตามแบบฉบับ McLaren ก็ยังมาพร้อมกับความแรงด้วยเครื่องยนต์ V8 ความแรงในการขับเคลื่อน 710 แรงม้า เหยียบแรงได้ถึง 212 ไมล์ต่อชั่วโมง สามารถสปีดความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยใช้ระยะเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น แถมยังมีการออกแบบไฟหน้าที่ไม่เหมือนใครเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า eye sockets ที่สามารถระบายความร้อนของเครื่องยนต์ได้ด้วย คุณสมบัติแบบนี้มาพร้อมกับราคา 10.1 ล้านบาท

 

 

เรียกได้ว่าทุกรุ่นหรูหราเหนือระดับเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะขับรถแพงแค่ไหนอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกครั้งที่ขับรถอย่าลืมตั้งสติก่อนสตาร์ทอย่าประมาทกันนะคะ

เรื่องของการใช้รถยนต์ในปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะเป็นของที่อยู่คู่กับทุกๆ คนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่าในสังคมเมืองปกติของทุกประเทศ 1 ครอบครัวอย่างน้อยๆ ที่สุดจะต้องมีรถยนต์เอาไว้ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ 1 คัน และยังไม่รวมถึงคนที่มีฐานะหรือว่าคนที่ต้องการใช้รถยนต์เฉพาะของตัวเองอีก มันจึงทำให้ยอดขายรถยนต์ของแต่ละยี่ห้อนั้นเบียดกันมาแบบสุดๆ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในการใช้งานของลูกค้า คุณภาพของรถยนต์ การให้บริการในด้านต่างๆ ราคาที่น่าพึงพอใจ และการโฆษณาที่น่าสนใจพร้อมแคมเปญดีๆ ด้วย จึงไม่แปลกที่การแข่งขันในตลาดรถยนต์ทุกวันนี้ถึงได้สูงขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่ายี่ห้อของรถยนต์ที่เรารู้จักเองก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย ซึ่งแต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกซื้อของแต่ละคนว่าอยากได้ยี่ห้อไหนมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากได้มีการสรุปยอดขายรถยนต์ประจำปี 2016 จากทั่วทั้งโลกผลปรากฏว่า Volkswagen ก็สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นยี่ห้อรถยนต์ที่ยอดการซื้อสูงที่สุดในโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเคยมีข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับเรื่องของการโกงผลทดสอบมลพิษในน้ำมันก็ตาม โดยพวกเขาสามารถที่จะแซงหน้าแชมป์เก่ายี่ห้อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Toyota ไปได้ จากสถิติระบุว่าในปี 2016 นั้น Volkswagen มียอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมดได้สูงเป็นประวัติศาสตร์จากทั่วโลกถึง 10.3 ล้านคัน ซึ่งจากยอดขายดังกล่าวพวกเขาได้กระโดดแซงหน้า Toyota ที่มียอดขายรถยนต์จากทุกยี่ห้อในเครือรวมไปถึงยี่ห้อ Hino และ Daihatsu อยู่ที่ 10.2 ล้านคัน เท่านั้น แม้ว่าจากข่าวอื้อฉาวดังกล่าวนั้นเป็นผลให้ Martin Winterkorn ในฐานะของซีอีโอ ต้องตัดสินใจลาออกอย่างไรก็ตามหากมองไปที่เรื่องของการเจริญเติบโตต้องบอกว่านี่คือบริษัทรถยนต์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมากๆ จากการที่เขานั่งแท่นเป็นผู้บริหารมาตั้งแต่ปี 2007 ในส่วนของยี่ห้อรถยนต์ภายใต้เครือ Volkswagen ก็ยังมียี่ห้ออื่นๆ รวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น SEAT, Audi, Skoda รวมทั้งยี่ห้อรถหรูและรถสปอร์ตต่างๆ Porsche, Lamborghini, Bentley, Bugatti ยี่ห้อรถบรรทุกอย่าง Scania และยี่ห้อมอเตอร์ไซค์อย่าง Ducati

อีกเหตุผลที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างยอดขายที่มาแบบก้าวกระโดดให้กับ Volkswagen ก็มาจากการเติบโตภายในตลาดของจีนที่มีอัตราเพิ่มสูงถึง 12.2% และนั่นยังแสดงให้เห็นว่าจีนเป็นตลาดรายใหญ่ที่สำคัญของ Volkswagen รวมถึงยี่ห้อรถหรูอย่าง Audi และ Porsche ซึ่งตรงจุดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Volkswagen กลายเป็นยี่ห้อรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรวมกันทั่วโลกสูงที่สุด

carmakers

อุตสาหกรรมยานยนต์ปัจจุบันในอเมริกา ตอนนี้ทางฝั่งตะวันตกที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่เยอะตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากในตอนนี้มีการแข่งขันสูงมากแล้วยังรวมไปถึงเรื่องการใช้เครื่องจักรในการผลิตรถยนต์ที่มาแทนการใช้แรงงานคนจึงส่งผลให้บริษัทหลายๆ แห่งต้องปิดตัวลงไปเพราะว่า การใช้เครื่องจักรใช้งบประมาณที่สูงในตอนนี้บริษัทรถยนต์ในหลายๆ แห่งต่างมีการลดจนวนพนักงานลงอย่างมาก

ในเมือง flint สมัยก่อนในช่วงปี 1970 ถือว่าเป็นเมืองที่มีรายได้สูงกับการที่มีบริษัทประกอบรถยนต์เป็นจำนวนมากสูงถึง 82,000 คนเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันเมือง flint ได้กลายเป็นเมืองที่ไม่มีความรุ่งเรืองแล้วโดยเฉพาะบริษัทประกอบรถยนต์ Gerald Meyers อดีตประธานบริษัท American Motors Corporation สำหรับคนรุ่นใหม่นั้นต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าเมืองในตอนนี้ไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน ผู้คนรุ่นใหม่ควรที่จะออกไปหางานทำที่อื่น โดยอนาคตของเมืองในตอนนี้ขึ้นอยู่กับธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่อุตสาหกรรมการผลิตอีกต่อไป

carmakers.2

อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอเมริกาถือว่ามีคุณภาพมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง บริษัทประกอบรถยนต์ในภูมิภาคอื่นๆ ยังดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีการออกแบบรถยนต์ในปัจจุบันมีความทันสมัยมากจากเดิมเนื่องจากในยุคปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีหลายๆ อย่างเข้ามารวมไปถึงเรื่องระบบไฟฟ้าภายในรถก็ยังทันสมัยมากโดยเฉพาะพวกรถยุโรปที่ประกอบออกแบบมาได้อย่างสุดล้ำ

ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ใช้ขับขี่รถยนต์เป็นอันดับต้นๆ อุตสาหกรรมยานยนต์ของอเมริกในบางรัฐถือว่าเป็นกิจการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของรัฐเลยก็ว่าได้ ประเทศอเมริกามี ช่าง หรือ พนักงาน ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัยจึงทำให้การประกอบรถยนต์เป็นเรื่องง่ายได้รถยนต์ที่มีมาตรฐานคุณภาพขับขี่อย่างปลอดภัยประเทศอเมริกาเป็นประเทศใหญ่การเดินทางของผู้คนต้องใชรถในการเดินทางข้ามรัฐผู้ผลิตจึงได้ออกแบบรถยนต์ให้เหมาะกับการเดินทางในทุกๆ สถานการณ์

 

Car

iso คือ ระบบการบริหารการจัดการอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ได้รับความเป็นมาตรฐานระดับโลก ทุกสถานประกอบการจะต้องมี ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความพึ่งพอใจในคุณภาพสินค้าที่ดี โดยสิ่งที่องค์กรผู้ผลิตจะต้องมี คือ การจัดทำคู่มือคุณภาพเกี่ยวกับสินค้าต่างๆ ของรถยนต์ สามารถอธิบายชิ้นส่วนต่างๆอย่างละเอียด และให้เข้าใจถึงระบบการบริหารอย่างถูกต้อง ตามข้อกำหนดของ iso ทั้งเรื่องการควบคุมเอกสาร ควบคุมและบันทึกของยานยนต์ที่จะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า ควรให้ความสำคัญที่สุด มาเป็นอันดับแรกสำหรับลูกค้า ISO 9000:2000 คุณภาพที่คุณควรรู้ ได้แก่

iso 9000บริษัทผู้ผลิตจะต้องการวางแผนและจัดการบริหารออกแบบและพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ให้เกิดความน่าเชื่อถือกับลูกค้า โดยฐานการผลิตจะต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ มาตรฐานสากล ทั้งเรื่องการจัดชื้ออุปกรณ์ผลิต ตัวสินค้า รวมถึงการจัดบริหารทรัพย์กรภายในบริษัทหรือองค์กรด้วย กฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ควรมีอย่างละเอียด

New carsปัจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก อินเตอร์เน็ตมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์มากเลยทีเดียว กระบวนการผลิตย่อมมีคุณภาพมากเดิม ทำให้การออกแบบและการพัฒนาบริหารองค์กรของบริษัทรถยนต์ ส่วนประกอบเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ดีต่อการผลิตรถยนต์ทั้งนั้น ส่งผลในการคงรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในสินค้า iso ถือว่าเป็นมาตรฐานรองรับแผนการตลาดก้าวสู่อนาคตอย่างแท้จริง

iso 2000ระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ ISO คือ ข้อกำหนดที่ได้มาตรฐานที่สุดแล้ว หากบริษัทผลิตรถยนต์ทำตามอย่างถูกต้อง จะส่งดีต่อผู้บริโภค และกระบวนการผลิตให้มียอดจำหน่ายสูงตาม ติดต่อสื่อสารภายในเกิดความสะดวกรวดเร็ว จะสั่งทรัพยากรต่างๆ ไม่ยุ่งยาก การชื้อ-ขายรถยนต์ที่ควบคุมด้วยความเป็นมาตรฐานสากล รับรองถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค จะต้องได้รับสินค้าที่ดีที่สุด

หากท่านใดสนใจรถยนต์รุ่นใหม่ สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าผ่านเว็บได้เลย เรายินดีนำเสมอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเสมอ อย่างไรก็ตาม สินค้ารถยนต์ในสมัยนี้ ถือว่าได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปอย่างมาก เมื่อจะซื้อหรือทำการขายรถเก่า ควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าด้วยนะค่ะ เพื่อผลประโยชน์ต่อตัวคุณเอง

New cars

swap2005-1

วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องวัตถุ ที่ส่งผมทางกาย และจิตใจของคนไทยในยุคเรื่องลือกันนะครับ ก่อนอื่นผมยากจะพูดว่า คนไทยนั้นชอบโชว์จริงๆหรือเปล่า โดยส่วนตัวเห็นบางคนที่ร่ำรวย มีธุรกิจส่วนตัวมักจะใส่ทองเส้นใหญ่ๆ หรือมักจะออกรถป้ายแดงกัน นั่นคือสาเหตุของการแข่งขันกันในปัจจุบัน สมัยก่อนถ้าหากบ้านใครมีรถเก๋งแล้วละก็ ถือว่าบ้านนั้นต้องมีฐานะอยู่ไม่มากก็น้อยแน่นอน การโอ้อวดกัน หรือการชอบโชว์มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกันแล้วกับสังคมไทย

ในปัจจุบันคนที่มีรายได้น้อยก็พยายามดิ้นรนที่จะต้องการมีรถวักคันเพื่อไว้ใช้ หรือแม้กระทั่งนักเรียน นักศึกษาที่ใช้รถยนต์ขับไปเรียน บางคนมี 2-3 คันเพื่อไว้ขับโชว์และจะได้เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตา แต่พวกนี้ก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องรถกันซักเท่าไรนะครับ พอเสียก็จะเอาไปซ่อม บางท่านที่มีฐานะหน่อยก็จะซื้อสดกันเลยทีเดียว สังคมไทยมีคนรวยเยอะครับ รวยมากถึงกับติดอันดับโลกเลยก็มี ส่วนบางประเภทไม่ประมาณตน พวกที่ชอบซื้อผ่อนแบบเงินเดือนน้อยแต่อยากขับรถเท่ๆ อย่างมนุษย์เงินเดือน หรือพวกพ่อค้า เป็นต้น และพอผ่อนได้ซักระยะ ก็เข้าถึงช่วงที่ต้องผ่อนชำระเดือนต่อเดือน บางท่านชักหน้าไม่ถึงหลัง เบื้อหน้าอาจจะดูดี เบื้องหลังอาจกินแกลบอยู่ก็ได้ เช่นเดียวกับผม 555 หนักยิ่งกว่าคือพวกที่ ใช้บัตรเครดิตเพื่อนำเงินมาหมุนก่อน กู้นอกระบบ หยิบยืมเพื่อนฝูง ซึ่งเกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน

swap2005-car

สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกกับคนที่กำลังอยากจะได้รถซักคนมาขับคิดให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจซื้อเพราะราคามันหลักแสน ใช้สูตรคำนวณเรื่องเงินเดือนและค่าใช้จ่ายต่างๆให้รอบครอบก่อน ค่อยคิดว่าจะเหลือเท่าไรต่อ 1 เดือน และสามารถผ่อนงดได้หรือไม่ และที่สำคัญต้องมีเงินออมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย

swap2005-bmw

สำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน 100 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้พลังงานสิ้นเปลือง อย่างน้ำมัน มีการคิดค้นพลังงานเชื้อเพลงของแต่ละค่ายออกมาแต่ก็ยังถือว่าไม่ได้ตอบโจทย์แก่ผู้ใช้รถยนต์กันวักเท่าไร เพราะมีการขยับราคาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน พลังงานทางเลือกอย่าง การใช้ ก๊าซ หรือพลังงานทดแทน ในรูปแบบอื่นๆ ปัจจัยหลักของการใช้พลังงานทดแทนนั้น สิ่งที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยนักก็คือ แหล่งพลังงาน ซึ่งตอนนี้ยังถือว่ามีน้อยมากในประเทศไทย ปัจจุบันได้มีการคิดค้นรถยนต์สายพันธ์ใหม่ ที่ใช้พลังงานอย่างไฟฟ้า ซึ่งจะมาทดแดทนพลังงานเชื้อเพลิงอย่างน้ำมัน ตอนนี้ประเทศที่กำลังจะพัฒนาเป็นอันดับต้นๆของโลกก็คือ ประเทศอิตาลี ซึ่งได้ออกแบบมาเพื่อทดลองใช้ในปี 2016

swap2005-thai

รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อน 4 ล้อจะเก็บไฟฟ้าโดยใช้แบตเตอรี่ชาร์จ หรือแม้กระทั้งการ สตาร์ทหรือเวลาขับเคลื่อนทุกอย่างล้วนเป็นการใช้ไฟฟ้าบังคับทั้งสิ้น มอเตอร์ที่ผลิตมาเพื่อให้ใช้ได้กับไฟฟ้านั้นถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมดและยังมีรอบเร่งเครื่องที่ไวกว่าการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างน้ำมัน ในสมัยก่อนได้มีการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมาในยุค 1970 แต่ยังไม่ได้รับความนิยมกันมากเท่าไร เพราะเชื้อเพลิงยังถือว่าดีที่สุดอยู่ในขณะนั้น ต่อมาในปี 2008 นักวิทยาศาสตร์เครื่องยนต์ของประเทศอังกฤษ ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง และได้พัฒนาเรื่องแบตเตอรี่ให้มีความจุไฟได้มากกว่าสมัยก่อน เครื่องยนต์ของรถไฟฟ้ายังมีดีกว่าน้ำมันอย่าง เสียงที่เงียบสงบ และการขับเคลื่อนจะเรียบง่ายมากกว่าการใช้น้ำมัน  ในปัจจุบันยังไม่มีใช้กันมากนัก เรื่องราคาที่เปิดตัวยังถือว่า เป็นราคาที่สูงมาก ซึ่งราคาต่ำสุดจะอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีแนวโน้มจะนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายเป็นเจ้าแรกๆของโลก แต่ด้วยเรื่องภาษีของประเทศกับแหล่งเติมเชื้อเพลิงยังมีให้บริการไม่มากพอ ทำให้คนใหญ่ ยังไม่พร้อมที่จะเลือกใช้งานอย่างจริงจัง

รถยนต์ไฟฟ้า

     ต้นปี 2016 BMW ค่ายใหญ่แห่งนักซิ่งและเป็นแบรนด์ที่รู้จักกันทั่วโลกเต็มไปด้วยประสิทธิภาพของรถ เต็มไปด้วย นวัตกรรมในรูปแบบที่แปลกและใหม่ ซึ่งคู่แข่งของ BMW ได้แก่ Benz ซึ่งเป็นคู่แข่งระหว่างยานยนต์มานับ สิบๆปีได้ BMW มีเอกลักษณ์และความโดนเด่นของเรื่องโครงสร้างรถ ที่เผยโฉมออกมาแต่ละครั้งแทบจะร้องให้เพราะความสวยงาของตัวรถ อีกทั้งยังแข็งแรงทนทานเหมาะกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงจะมีไว้ขับซักคน จุดเด่นของ BMW อีกอย่างคือระบบภายในรถ ถูกออกแบบมาแบบยุคสมัยที่ล้ำสมัยกว่าหรือในรูปแบบอนาคต รูปลักษณ์ภายในเต็มไปด้วยการ สั่งงานด้วยเสียง หรือระบบสัมผัสในตัว สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้เองตามใจชอบ หากเปรียบเหมือนบ้าน ท่านจะตกแต่งภายในบ้านได้ด้วยตัวเองภายใน 3 นาที ในปัจจุบัน BMW ได้ทดลองศึกษาวิธีการลดพลังงานอย่างน้ำมันให้รถยนต์ของคุณนั้นประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หากเป็นไปได้อาจจะไม่ใช้น้ำมันอีกเลยในอนาคต เมื่อต้นปี 2016 BMW ได้ออกมาแถลงข่าวว่าจะเป็นผู้สร้างรถแห่งยุคล้ำสมัยเป็นเจ้าแรก รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดพลังงานธรรมชาติ เช่นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และ ใช้น้ำแทนน้ำมัน บอดี้ของตัวรถใช้ไฟเบอร์ทำอย่างดีมีความทนทานกว่าเหล็ก และมีความเบากว่าเหล็ก และจุดเด่นสำคัญ BM ยังบอกอีกว่ารถคันนี้จะให้คอมพิวเตอร์เป็นคนสั่งการทั้งหมด แม้กระทั่งคนขับเราจะไม่ใช้มนุษย์ขับอีกต่อไป พิเศษกว่านั้นคือ สามารถวิ่งบนน้ำได้แทนเรือซะอีก อันนี้ต้องคอยชมนะครับว่าทางค่าย BMW นั้นจะออกมาเปิดตัวรถรุ่นนี้เมื่อไร แต่ถ้าหากทำได้จริงละก็ ผมคิดว่าค่ายอื่นคงจะไม่ยอมน้อยหน้าเด็ดขาด

BMW-i8-4bmw-cong-bo-nhung-hinh-anh-dau-tien-ve-i8-hydrogen-hinh-6