BMW X7 picc

เชื่อว่าหลายคนยังจำภาพรถกระบะ BMW X7 ที่เผยแพร่ออกมาในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งเชื่อว่ามันเป็นเพียงภาพคอนเซ็ปรถยนต์ใหม่ของ BMW แต่พอมาล่าสุดในปีนี้มันได้กลายเป็นจริงไปเสียแล้ว ออกแบบและสร้างโดยบริษัทบาวาเรียเอง มันจะถูกนำเสนอในงาน BMW Motorrad Days ในฐานะโครงการหนึ่งของผู้ฝึกอบรมสายอาชีพ BMW ร่วมกับฝ่าย Concept Vehicle Construction and Model Technology ที่โรงงาน BMW Munich

มันเป็นการเปลี่ยนโฉมเอารถเอสยูวีขนาดเจ็ดที่นั่ง มาทำเป็นรถบรรทุกห้าที่นั่งพร้อมพื้นที่สำหรับบรรทุกของด้านหลังที่ปูด้วยไม้ขัดเงา ความยาวทั้งหมดของห้องเก็บสัมภาระครอบคลุมตั้งแต่ 55 นิ้ว (1.4 เมตร) ถึง 79 นิ้ว (2.0 เมตร) โดยเปิดฝาหลัง BMW อธิบายว่ามันใช้ CFRP สำหรับส่วนประกอบบางส่วน บนหลังคาประตูด้านหลังและการบรรทุกสินค้า ทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 440 ปอนด์ (200 กิโลกรัม) ด้วยการที่มันไปจัดแสดงในงานรถจักรยานยนต์ มันก็ได้บรรทุก BMW F 850 GS เอาไว้ด้านหลังกระบะด้วย

เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ด้านหลังนั้นมีความกว้างมากแค่ไหน พวกเขาอธิบายว่ามันเป็นคู่หูว่าที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการขับบนถนนลาดยาง และถนนทั่วไปเพื่อใช้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของคุณ กระบวนการเปลี่ยน X7 ที่ใช้ในการผลิตให้กลายเป็นรถโชว์ ต้องใช้ทีมงานจำนวนมากกับระยะเวลาเวลาสิบเดือน ในความเป็นจริงผู้ฝึกงานช่วยประหยัดรถทดสอบก่อนการผลิต X7 จากการถูกทิ้งเป็นโซลูชันที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนานี้

ลักษณะพิเศษของ BMW X7 ที่คุณควรรู้

รถกระบะ BMW X7 มีระดับความสูงตัวรถที่ปรับได้ พร้อมระบบกันสะเทือนอากาศสองระดับ ภายนอกใช้สีน้ำเงินเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ สีกรมท่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบเรือยอชท์ และความมีมิติในยามที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์ หลังคาทำด้วยคารบอนไฟเบอร์สุดแกร่ง เมื่อรวมประตูด้านหลัง และฝาหลังทำให้น้ำหนักรถอยู่ที่ 440 ปอนด์ แม้จะมีตัวถังยาวกว่า X7 สี่นิ้ว

น่าเสียดายที่การตกต่างภายในยังไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นอย่างไร มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ X7 xDrive40i ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ที่ปรับจูนเพื่อส่งกำลัง 340 แรงม้า เพื่อขับเคลื่อนสี่ล้อ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการคอนเฟริม์ว่ากระบะคันนี้จะไปวางขายอยู่ในโชวรูมทั่วไป เพราะมันเป็นผลงานสร้างโดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ในมิวนิค ประเทศเยอรมนี แม้ว่าจะเป็นแค่งานสำหรับจัดแสดง แต่ถ้าหากได้รับไฟเขียวเมื่อไหร่ มันก็จะพร้อมที่ผลิตและวางขายไปทั่วโลกได้ในทันที

เต็นท์รถมือสองเป็นอีกหนึ่งกิจการที่มีการปรับตัวมาเร็วมาก จากเดิมรอขายรถในเต็นท์อย่างเดียว บอกเลยว่าตอนนี้พวกเค้ารุกคืบธุรกิจของเค้าไปไกลมากเลยทีเดียว เค้ายกเต็นท์รถทั้งหมดมาไว้บนโลกออนไลน์แล้วเว็บไซต์ขายรถมือสองเป็นเว็บที่มีคนเข้าไปดูเยอะมาก เต็นท์รถยนต์มือสองออนไลน์เจ้าไหนดียังไง ตรงไหนเรามาบอกกัน

Carro

Carro อ่านว่า คาร์โร ออนไลน์ ถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการเต็นท์รถมือสองออนไลน์บ้านเรา แต่เค้ากลับมีจุดเด่นบางอย่างจนทำให้ผู้ซื้อบอกปากต่อปากจนกลายเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมขึ้นมาได้เลย จุดเด่นของเค้าเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือของรถยนตร์ที่ทางเว็บคัดกรองมาเป็นอย่างดี ทำให้คนซื้อมั่นใจได้ว่ารถที่ซื้อไปนั้นได้ตามที่คุยกันไว้แน่นอน เลยทำให้คนกล้าที่จะซื้อรถมือสองผ่านเว็บไซต์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ

One2car.com

มาถึงเจ้าใหญ่ที่อยู่วงการเต็นท์รถมือสองออนไลน์มานาน วันทูคาร์ เป็นเว็บไซต์ที่เปิดตัวมานานมาก เลยทำให้นักเลงรถ หรือ คนชื่นชอบรถรู้จักกันเป็นอย่างดี แถมตัวเว็บยังมีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอยู่ตลอด อีกทั้งเมนูการค้นหารถมือสองตามที่ต้องการก็เลือกง่าย คัดกรองได้เยอะ(ยี่ห้อ สี ราคา ปีรถ รุ่น ฯลฯ) ก็เลยมองหารถที่ต้องการได้เร็วไม่เสียเวลา บางคนไม่ซื้อเข้าไปดูเพลินตาเล่นก็มี

Unseencar

อันซีนคาร์ เจ้านี้ก็เปิดมานานเหมือนกัน ความน่าเชื่อถือนับว่าดีทีเดียว จะแลกเปลี่ยน ซื้อขายรถ เค้ามีพื้นที่ให้เราเข้าไปถามหาได้ตลอดเลย การซื้อรถมือสองในเว็บนี้มีทั้งแบบซื้อขายกันเอง หรือ จะซื้อขายผ่านเต็นท์มือสองที่นำมาฝากขายได้เหมือนกัน จุดเด่นคือความเยอะของรถที่มีข้อมูลให้เลือกเพียบเลย ใครมองหารุ่นไหน สีไหน ยังไงต้องมีถูกใจสักคันแน่นอน

ตลาดรถ

เว็บไซต์นี้ จุดเด่นของเค้าชูเรื่องความเป็นรถบ้าน มากกว่ารถเต็นท์ หากใครกำลังมองหารถบ้าน ที่คนมาประกาศขายกันเองแบบไม่ผ่านคนกลาง ลงเว็บเอง หาลูกค้าเอง เชื่อว่าเว็บไซต์ตลาดรถตอบโจทย์ดีทีเดียว รวมถึงตอนนี้ ตลาดรถ ขยับขยายไปถึงการสร้างแอพพลิเคชั่นของตัวเองด้วย น่าจะมีอะไรดีๆอีกเพียบตามมาในอนาคต

Fast2car

เว็บนี้เน้นไปที่เรื่องของความเร็ว และข้อมูลในการอัพเดต ทำกันวันต่อวัน นั่นทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปมองหา หรือติดต่อกับรถที่สนใจ แต่ว่าโดนขายไปแล้ว ส่วนใหญ่คนที่นำมาฝากขายจะเป็นเจ้าของรถโดยตรง ไม่ค่อยมีรถเต็นท์ปนมาเท่าไร น่าจะทำให้เรได้ราคารถที่ถูกกว่านิดหน่อย ใครที่กำลังจะซื้อรถมือสอง ลองไปค้นหาจากเว็บไซต์เหล่านี้ดู

ต้องบอกว่ารถประเภท SUV เนี้ยเป็นอะไรที่ขายดีมากในประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นยอดขายอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ เนื่องจากประเทศไทยผู้คนส่วนใหญ่นั้นจะเดินทางกันเป็นครอบครัว ไปไหนมาไหนทีก็ต้องใช้รถที่มีขนาดใหญ่ สะดวกสบาย สามารถนำเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ต่างๆที่ต้องการไปได้อย่างสบาย โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ชอบในการปั่นจักรยาน หรือคุณแม่บ้านต้องการจะไปปิกนิก ต่างๆก็สามารถทำได้ รถ SUV ในเมืองไทยปกติแล้วจากการสำรวจของตลาดรถยนต์ อันดับ 1 ของประเภทรถก็คือ Mitsubishi ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่มียอดจองมากที่สุดในปี และล่าสุดทางค่ายของ chevrolet captival 2019 ได้เปิดตัวรถระดับ Premiere ที่ประเทศโคลัมเบียเป็นที่แรก และปลายเดือนนี้จะเปิดตัวที่ประเทศไทย โดยในเวอร์ชั่นไทยนั้นเป็นรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่งตกแต่งด้วยไฟท้าย LED ที่มีความล้ำสมัย ดูสวยงาม และในขณะที่โปรเจคเตอร์จะติดตั้งไว้บริเวณกันชนตัวถังของ Captiva 2019 เจเนอเรชั่นใหม่ มีสีสันที่สดใส สะดุดสายต่อต่อผู้พบเห็น เสริมความทันสมัยด้วยเสา D-Pillar ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้กลืนกับทางด้านกระจกท้านของตัวรถ ซุ้มล้อถูกตกตแงด้วยโทนสีดำเพิ่มความดุดันในการขับขี่  ไฟท้ายถูกตกแต่งให้เหมือนกับไฟท้ายของประตูท้ายรถ ส่วนบริเวณท่อไอเสียนั้นเป็นท่อคู่

ซึ่งอย่างไรก็ดี ทางด้านเชฟโรเลตประเทศไทยก็ยังไม่ได้เปิดเผยระบบภายในออกมาทั้งหมด เพื่อเป็นการปรับปรุงให้เข้ากับประเทศไทยมากขึ้น เพราะภายในของแต่ละรุ่น จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากแต่ละประเทศนั้นมีรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป ส่วนทางด้านน้ำมัน จุได้ 1.5 ลิตร พร้อมเกียร์ auto ให้ปรับได้ถึง 6 สปีด ใครที่เป็นสาวกก็อาจจะต้องอดทนรอกันหน่อยอาจจะเห็นตัวจริงภายในสิ้นเดือนนี้

Ferrarisportscar

ในวงการรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นคนที่สนใจหรือไม่สนใจก็ตามแต่ชื่อของ Ferrari จะต้องเป็นชื่อซึ่งทุกคนรู้จักอย่างแน่นอน ใครที่บอกว่าไม่เคยรู้จักรถยี่ห้อเฟอร์รารี่เลยคงแทบเป็นไปไมได้ ด้วยความสวยงามของตัวรถ การออกแบบสุดเท่ ความแรงเหนือคำบรรยาย นี่คือรถสปอร์ตในฝันของหนุ่มๆ จำนวนไม่น้อยบนโลกใบนี้และยังเป็นแบรนด์รถในฝันของบรรดานักแต่งรถทั้งหลายอีกด้วย หากใครได้มีโอกาสครอบครองสักคันคงมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

สุดยอดแบรนด์ในฝันของนักแต่งรถ Ferrari

Ferrari เป็นแบรนด์รถสปอร์ตสุดหรูจากเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี เริ่มต้นดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 1929 โดยเอ็นโซ เฟอร์รารี่เป็นผู้ดำเนินการก่อตั้งขึ้นมา จุดเริ่มอันแท้จริงของการสร้างเฟอร์รารี่ในช่วงแรกเพียงเพื่อการเป็นทีมแข่งรถให้กับอัลฟาโรเมโอ มีชื่อว่า สคูเดอเรีย เฟอร์รารี่ เมื่อครั้งตอนทำงานให้กับอัลฟาโรเมโอ ตัวของเอ็นโซ่เองมีหน้าที่หลายด้านไม่ว่าจะเป็นนักแข่งรถ วิศวกรทำรถ กระทั่งมาจนถึงปี 1947 รถยนต์ที่เป็นชื่อของเฟอร์รารี่รุ่นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเป็นทางการมีชื่อรุ่นว่า 125 S ก่อนที่รถสปอร์ตของเฟอร์รารี่จะค่อยๆ โด่งดังขึ้นและประสบความสำเร็จอย่างสูงจนกลายเป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่คนทั่วโลกรู้จัก มีการวางจำหน่ายรถจากแบรนด์นี้ไปทั่วโลก สีแดงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเฟอร์รารี่นอกจากนี้ยังจัดได้ว่าเป็นค่ายรถยนต์ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันด้วย ทุกวันนี้แบรนด์เฟอร์รารี่เองกลายเป็นคำนิยามแห่งความเร็ว ความร่ำรวย ความหรูหรา ซึ่งคนไทยเองเมื่อได้รู้จักกับเฟอร์รารี่ก็มีการตั้งฉายาให้อย่างเท่ว่า ม้าลำพอง ทุกวันนี้เฟอร์รารี่ได้ออกรถสวยๆ รุ่นโดนใจมามากมายจนบรรดานักแต่งรถเองมักมีความฝันว่าสักวันหนึ่งอยากขอเป็นเจ้าของเฟอร์รี่รี่สักคันก็ยังีจะได้นำเอามาแต่งให้แรงสุดๆ สวยบาดใจไปเลย

เมื่อพูดถึงรุ่นของรถเฟอร์รารี่ดังๆ ก็มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นยกตัวอย่างเช่น เฟอร์รารี่ เอฟ430 เป็นประเภทรถคูเป้/โรสเตอร์, เฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย เป็นประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ 488 จีทีบี/488 สไปเดอร์ ประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ 250 GTO ประเภทรถสปอร์ต, เฟอร์รารี่ เอ็นโซ่ ประเภทเบอร์ลิเนตต้า หรือ คูเป้, เฟอร์รารี่ FXX ประเภทรถแข่งแทร็คคาร์ เป็นต้น ถือว่าเป็นแบรนด์รถผู้เกิดมาเพื่อประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลกมาจนกระทั่งทุกวันนี้

brandcar

ในปี 2018 นี้ต้องยอมรับว่าเป็นอีกปีที่ค่ายรถยนต์ผู้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเตรียมจะเปิดตัวรถยนต์โฉมใหม่ให้ได้สะเทือนเงินในกระเป๋ากันอีกครั้ง จะว่าไปแต่ละปีเองก็มีการทำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาแข่งกันมากมายจนแทบจะบอกได้ว่ารถที่เราพึ่งซื้อไปนั้นพอผ่านเวลาไปไม่กี่ปีก็กลายเป็นรุ่นเก่าเสียแล้ว ลองมาดูว่าในปี 2018 นี้ค่ายรถที่ได้รับความนิยมต่างๆ ในประเทศไทยมีค่ายไหนเตรียมตัวออกรถรุ่นใหม่น่าสนใจกันบ้าง

ค่ายรถที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยปี 2018 กับรถรุ่นใหม่เตรียมออกวางจำหน่าย

  1. Honda – เริ่มต้นด้วยค่ายรถยนต์ยอดนิยมของประเทศไทยอย่างฮอนด้าซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้มีการออกรถรุ่นใหม่พร้อมปรับโฉมรถอีกหลายๆ รุ่นได้อย่างน่าสนใจมาปีนี้ฮอนด้าเองก็ยังคงเดินหน้าสร้างความแปลกใหม่อย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าน่าจะถึงคราวของ Honda CR-V รุ่นปรับโฉมใหม่กันบ้าง ขณะเดียวกัน Honda Accord ก็มีการเปิดตัวโฉมใหม่ในสหรัฐฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแต่เมืองไทยยังคงเงียบๆ กันอยู่
  2. Ford – แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะมีข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับรถประเภทซีดานของฟอร์ดแต่ในส่วนของรถกระบะต้องการันตีว่าฟอร์ดยังเป็นเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยแบบปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งได้มีการเผยโฉมรถกระบะรุ่นใหม่อย่าง Ford Ranger Raptor กันไปเรียบร้อย จุดเด่นของกระบะสไตล์เรนเจอร์ก็คือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 0 ลิตร ในตระกูล Ford EcoBlue ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
  3. Isuzu – พึ่งผ่านพ้นวาระการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 60 ปีหมาดๆ สำหรับค่ายรถกระบะยี่ห้อดังอย่างอีซุสุ ในปีนี้ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จแบบต่อเนื่องกับการเตรียมส่งรถกระบะ 2 รุ่นคือ Isuzu D-Max Blue Power รุ่น X-Series มีการตกแต่งจากโรงงานกับรุ่น Spark ตอนเดียว 9 Ddi Blue Power พร้อมอัตราทดใหม่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
  4. Mazda – แม้ช่วงปลายปีที่แล้วค่ายรถยนต์ชื่อดังจะพึ่งส่งรถอเนกประสงค์อย่าง Mazda CX-5 ออกวางตลาดหมาดๆ แต่ก็มีการวิเคราะห์กันถึงปี 2018 ที่มาสด้าน่าจะส่ง Mazda CX-8 มาให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกันเพราะรถรุ่นนี้เปิดตัวในญี่ปุ่นไปเรียบร้อย มีเบาะ 3 แถว ขนาดรถใหญ่กว่าเดิม ซึ่งต้องอลุ้นว่าจะเข้าเมืองไทยหรือไม่
  5. Mitsubishi – คาดกันว่าปี 2018 นี้มิตซูบิชิน่าจะถึงเวลาในการปล่อย Mitsubishi Xpander รถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่งออกมาให้ได้เจอกันเสียที ถือว่าแค่ภาพก็ค่อนข้างได้รับความชื่นชมอย่างมากเลยต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อออกมาจริงๆ แล้วจะสวนเหมือนกับตอนโฆษณาหรือไม่ในเครือมิตซูบิชิ

สืบเนื่องจากนโยบายรถครั้งแรกส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 11.51% หรือมีจำนวนรถยนต์ที่ถูกผลิตออกมาถึง 138,237 คัน จึงทำให้ในปัจจุบันมีรถวิ่งอยู่เต็มท้องถนน เฉลี่ยแล้วจะมีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนนเพิ่มมากขึ้นถึงวันละ 1,200 คัน/วัน ซึ่งจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดผลกระทบในหลายๆด้าน อาทิเช่นปัญหาเรื่องมลภาวะเป็นพิษ, ปัญหารถล้นตลาด , ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อการใช้งงาน และปัญหาที่หนักสุดๆก็คือปัญหาการจราจรติดขัด

ซึ่งปัญหาด้านการจราจรถือได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ไม่ว่ารัฐบาลกี่ยุคกี่สมัยพยายามผลักดันแก้ไขปัญหาด้วยการชูนโยบายแก้ปัญหารถติดก็ไม่สามารถทำให้เห็นผลได้อย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลบ่อยครั้ง จึงทำให้การแก้ไขปัญหานี้ไม่สำเร็จตามเป้าหมายเสียที

นักวิชาการหลายท่านได้ออกมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุด้านการจราจรพบว่าปัญหารถติดเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เรื่องของฝนตกหนัก, การดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินในหบายจุดรอบกรุง แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุด นั่นก็คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯที่นับวันยิ่งทวีคูณเพิ่มมากขึ้นจนมีสต๊อครถล้นตลาด

จากข้อมูลสถิติของกระทรวงคมนาคมพบว่า ปริมาณรถยนต์จดทะเบียนสะสมเฉพาะกรุงเทพมหานคร (ข้อมูล ณ.วันที่ 31 สิงหาคม 2555) มีจำนวนทั้งสิ้น 7,251,1999 คัน ซึ่งจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคลมากที่สุด โดยเมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่า ในปีนี้มีอัตราการจดทะเบียนสูงถึงเดือนละประมาณ 50,000 คัน ในขณะที่ปีที่แล้วจะเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 20,000 – 30,000 คัน เมื่อมาดูจำนวนถนนที่มีความยาว 8,000 กิโลเมตรจะสามารถรองรับรถยนต์ได้เพียง 1,600,000 คัน แต่จำนวนรถที่วิ่งอยู่บนถนนมีมากถึง 7,000,000 คัน

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะสาเหตุใดถึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดทั่วทุกมุมถนน เพราะจำนวนรถยนต์มีมากกว่าถนนนั่นเอง หากจะลองแก้ปัญหาด้วยการสร้างถนนเพิ่มขึ้น ส่วนการผลิตรถยนต์ก็ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม ก็จัดได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าลองจำกัดจำนวนการผลิตให้อยู่ในปริมาณที่พอดี และเร่งจัดการรถเก่าที่หมดอายุการใช้งานเพื่อให้ปริมาณรถมีความสอดคล้องกับความต้องการจริง ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บางส่วน ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมมือแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศของเราหลุดพ้นจากภาพลักษณ์ที่ว่าเป็นเมืองที่ติดอันดับรถติดมากที่สุดในโลกอีกด้วยคะ

เริ่มต้นปี 2017 มาเยือน ค่ายรถหรูต่าง ๆ ก็แข่งขันกันนำเสนอรถหรูหลากสไตล์สำหรับผู้นิยมชมชอบในความเร็วภายในรถยนต์หรูดูดีระดับโกลด์คลาส ซึ่งแน่นอนว่าสมรรถนะเยี่ยมยอด ภายในเลิศหรู เรื่องราคาก็ไม่ต้องห่วงว่ากันระดับแปดหลักขึ้นไปเลยทีเดียว วันนี้ เรามีสุดยอดรถหรูแห่งปี 2017 มาฝากกันค่ะ

  1. ค่าย Mercedes Benz รุ่น G650 Landaulet

เรียกได้ว่าเปิดตัวมาอย่างอลังการและสนนราคาอยู่ในระดับท็อปของปีเลยก็ว่าได้ โดยเปิดตัว G650 Landaulet  เพียง 99 คันเท่านั้น ด้วยเครื่องยนต์รุ่น V12 biturbo ซึ่งมีกำลังขับเคลื่อนถึง 630 แรงม้า เป็นรถ SUV สไตล์ออฟโร้ดพร้อมลุยที่มีความสูงจากพื้น 2 ฟุต แต่ภายในยังคงความหรูหราสไตล์เบ๊นซ์ไว้เช่นเคย ทั้งบริเวณภายในที่ทำออกมาคล้ายลีมูซีนที่มีกระจกติดระหว่างคนขับกับคนนั่งด้านหลัง นอกจากนั้นเบาะนั่งยังสามารถนวดอัตโนมัติได้ด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นอยู่ที่ 23.3 ล้านบาท ถึงจะแพงแสนแพงสำหรับปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา แต่ระดับเศรษฐีนักซิ่งผู้นิยมชมชอบในรถหรูได้ทำการจองรถรุ่นนี้ไปหมดแล้ว

  1. ค่าย Lamborghini รุ่น Aventador S

รถสปอร์ตที่มีความเพรียวแกร่งสวยงามคลาสสิคเฉพาะตัวตามแบบฉบับแลมโบกินี่ ได้เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่น Aventador S เครื่องยนต์ V12 ที่มีความแรงในการขับเคลื่อนถึง 730 แรงม้า ที่สำคัญสามารถเหยียบทำความเร็วได้ถึง 217 ไมล์ต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว สนนราคาอยู่ที่ 14.7 ล้านบาท

  1. ค่าย Ferrari รุ่น 812 Superfast

รถสปอร์ตคลาสสิคสายพันธุ์อิตาเลี่ยนก็ได้ทำการเปิดตัวสปอร์ตตัวใหม่รุ่น 812 Superfast  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ที่มีความแรงในการขับเคลื่อนถึง 780 แรงม้า และสามารถเร่งเครื่องทำความเร็วได้ถึง 211 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่สำคัญสามารถสปีดความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยใช้ระยะเวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น สำหรับความแรงและคลาสสิคระดับนี้อยู่ที่ราคา 11.2 ล้านบาท

  1. ค่าย Rolls-Royce รุ่น Ghost

อีกหนึ่งรถหรูอมตะที่เป็นที่นิยมสะสมของผู้ร่ำรวยและชื่นชอบในความคลาสสิคของค่าย Rolls-Royce ซึ่งได้เปิดตัวรถหรูตามแบบฉบับ Rolls-Royce รุ่น Ghost ซึ่งนอกจากสมรรถนะในการขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมและภายในหรูหราแล้ว ความพิเศษมากกว่านั้นคือสีเคลือบรถจะมีส่วนผสมของเพชรอยู่ด้วยถึง 1,000 เม็ด เรียกได้ว่างดงามอลังการเหนือชั้นเลยทีเดียว ความหรูหราระดับนี้มากับราคา 10.5 ล้านบาท ทันทีที่เปิดตัวก็โดนจับจองหมดเป็นที่เรียบร้อย

  1. ค่าย McLaren รุ่น 720S

รถสปอร์ตสุดชิกตามสไตล์ McLaren ได้เปิดตัวสปอร์ตรุ่น 720S นอกจากดีไซน์สุดเท่ห์ตามแบบฉบับ McLaren ก็ยังมาพร้อมกับความแรงด้วยเครื่องยนต์ V8 ความแรงในการขับเคลื่อน 710 แรงม้า เหยียบแรงได้ถึง 212 ไมล์ต่อชั่วโมง สามารถสปีดความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยใช้ระยะเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น แถมยังมีการออกแบบไฟหน้าที่ไม่เหมือนใครเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า eye sockets ที่สามารถระบายความร้อนของเครื่องยนต์ได้ด้วย คุณสมบัติแบบนี้มาพร้อมกับราคา 10.1 ล้านบาท

 

 

เรียกได้ว่าทุกรุ่นหรูหราเหนือระดับเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะขับรถแพงแค่ไหนอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกครั้งที่ขับรถอย่าลืมตั้งสติก่อนสตาร์ทอย่าประมาทกันนะคะ

เรื่องของการใช้รถยนต์ในปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะเป็นของที่อยู่คู่กับทุกๆ คนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่าในสังคมเมืองปกติของทุกประเทศ 1 ครอบครัวอย่างน้อยๆ ที่สุดจะต้องมีรถยนต์เอาไว้ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ 1 คัน และยังไม่รวมถึงคนที่มีฐานะหรือว่าคนที่ต้องการใช้รถยนต์เฉพาะของตัวเองอีก มันจึงทำให้ยอดขายรถยนต์ของแต่ละยี่ห้อนั้นเบียดกันมาแบบสุดๆ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในการใช้งานของลูกค้า คุณภาพของรถยนต์ การให้บริการในด้านต่างๆ ราคาที่น่าพึงพอใจ และการโฆษณาที่น่าสนใจพร้อมแคมเปญดีๆ ด้วย จึงไม่แปลกที่การแข่งขันในตลาดรถยนต์ทุกวันนี้ถึงได้สูงขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่ายี่ห้อของรถยนต์ที่เรารู้จักเองก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย ซึ่งแต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกซื้อของแต่ละคนว่าอยากได้ยี่ห้อไหนมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากได้มีการสรุปยอดขายรถยนต์ประจำปี 2016 จากทั่วทั้งโลกผลปรากฏว่า Volkswagen ก็สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นยี่ห้อรถยนต์ที่ยอดการซื้อสูงที่สุดในโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเคยมีข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับเรื่องของการโกงผลทดสอบมลพิษในน้ำมันก็ตาม โดยพวกเขาสามารถที่จะแซงหน้าแชมป์เก่ายี่ห้อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Toyota ไปได้ จากสถิติระบุว่าในปี 2016 นั้น Volkswagen มียอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมดได้สูงเป็นประวัติศาสตร์จากทั่วโลกถึง 10.3 ล้านคัน ซึ่งจากยอดขายดังกล่าวพวกเขาได้กระโดดแซงหน้า Toyota ที่มียอดขายรถยนต์จากทุกยี่ห้อในเครือรวมไปถึงยี่ห้อ Hino และ Daihatsu อยู่ที่ 10.2 ล้านคัน เท่านั้น แม้ว่าจากข่าวอื้อฉาวดังกล่าวนั้นเป็นผลให้ Martin Winterkorn ในฐานะของซีอีโอ ต้องตัดสินใจลาออกอย่างไรก็ตามหากมองไปที่เรื่องของการเจริญเติบโตต้องบอกว่านี่คือบริษัทรถยนต์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมากๆ จากการที่เขานั่งแท่นเป็นผู้บริหารมาตั้งแต่ปี 2007 ในส่วนของยี่ห้อรถยนต์ภายใต้เครือ Volkswagen ก็ยังมียี่ห้ออื่นๆ รวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น SEAT, Audi, Skoda รวมทั้งยี่ห้อรถหรูและรถสปอร์ตต่างๆ Porsche, Lamborghini, Bentley, Bugatti ยี่ห้อรถบรรทุกอย่าง Scania และยี่ห้อมอเตอร์ไซค์อย่าง Ducati

อีกเหตุผลที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างยอดขายที่มาแบบก้าวกระโดดให้กับ Volkswagen ก็มาจากการเติบโตภายในตลาดของจีนที่มีอัตราเพิ่มสูงถึง 12.2% และนั่นยังแสดงให้เห็นว่าจีนเป็นตลาดรายใหญ่ที่สำคัญของ Volkswagen รวมถึงยี่ห้อรถหรูอย่าง Audi และ Porsche ซึ่งตรงจุดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Volkswagen กลายเป็นยี่ห้อรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรวมกันทั่วโลกสูงที่สุด